Image Image Image Image Image Image Image Image Image Image

Kawizara | October 20, 2018

Scroll to top

Top

No Comments

[Advertorial] มี Panther ติดบ้านไว้ อุ่นใจกว่าเยอะ

[Advertorial] มี Panther ติดบ้านไว้ อุ่นใจกว่าเยอะ
kawizara

พูดถึงเรื่องของความปลอดภัยในบ้านหลายๆ คนคงกังวลเนาะ เพราะเดี๋ยวนี้เราใช้ชีวิตอยู่ในบ้านน้อยยยมาก แน่สิ ใช้ชีวิตบนถนนก็จะวันละ 4ชั่วโมงแล้วนี่! ที่เหลือก็อยู่ที่ทำงานวนไป แว็บไปฟิตเนส ช้อปปิ้ง กว่าจะลากร่างกลับบ้านได้ก็สามสี่ทุ่ม … เราอ่ะ ไม่ค่อยได้อยู่บ้านหรอก แต่ของมีค่าทั้งชีวิตที่เรามีอ่ะหลายๆ คนเก็บไว้ที่บ้าน! ทั้งทีวี คอมพ์ สร้อยเพชร ทองที่ซื้อมาเก็งกำไรไว้!!! แล้วถ้าเวลาที่เราไม่อยู่บ้านเราจะมั่นใจได้ยังไงว่าของในบ้านจะปลอดภัย? คำตอบคือไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าเราไม่มีผู้ช่วยเพราะงั้นวันนี้เก่งเลยไปเอาชุดอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยในบ้านของ Panther มาลองใช้งานเพิ่มความปลอดภัยให้บ้านตัวเองดูค่ะ

Panther เนี่ยแม้จะดูว่าเป็นแบรนด์น้องใหม่แต่จริงๆ แล้วเขาทำเรื่องของการวางสายอินเตอร์เน็ทและพวกไฟเบอร์ให้ผู้ให้บริการเจ้าใหญ่ๆ ในบ้านเรามานานแล้วก่อนจะขยายไลน์มาทำเรื่องของความปลอดภัยในบ้านด้วย ซึ่งของที่เก่งได้มารีวิวอันนี้เป็นชุด “Panther Lite” ที่ราคา 15,900 บาท คือเขาจะจัดเซ็ทของที่บ้านเราคู่ควรไว้ให้เลยว่าพื้นที่ราวๆ นี้ควรมาเซ็ทนี้นะ … เดี๋ยวมาแกะกล่องดูกันนะว่ามีอะไรบ้างเนาะ

เริ่มจากกล่องใหญ่กันก่อน ในนี้ก็จะมีตัว Pannel หรือเป็นตัวศูนย์รวมในการเชื่อมต่อกับสรรพสิ่งในบ้านพร้อมรีโมทที่ใช้เลือกเปิด-ปิดการ Alarm 2ตัว, การ์ดแตะเพื่อปิดการ Alarm, มีกริ่งประตูบ้าน (ปิ๊งป๊องง~), เซ็นเซอร์หน้าต่าง, เซ็นเซอร์ประตูมาให้ 3ตัว แล้วก็กล้อง IP Cam ค่ะ (แต่ถ้าเกิดบ้านใครมีประตูหรือหน้าต่างเยอะก็ต้องซื้อแยกเพิ่มเอานะครัช) ซึ่งอุปกรณ์ทุกตัวเนี่ยจะใช้เซ็นเซอร์ของ ALEPH จากญี่ปุ่นที่เคลมว่ามีความแม่นยำสูง

เอาหละที่นี้มาดูตัว Pannel ที่เป็นหัวใจหลักกัย ถ้าไม่มีตัวนี้เนี่ยเราจะใช้งานอะไรไม่ได้เลยเพราะมันเป็นตัวเชื่อมให้เราสามารถคุยกับอุปกรณ์ตัวอื่นๆ ผ่าคลื่นวิทยุในรัศมี 100 เมตรรู้เรื่องนั่นเองหละ โดยที่ด้านหน้าของ Pannel ตัวนี้จะมาพร้อมหน้าจอแบบไม่ทัชสกรีนที่จะบอกข้อมูลของอากาศ เวลาต่างๆ โดยอิงจากสถานที่ที่เราอยู่ (อันนี้เราต้องเข้าไปตั้งค่าในแอปนะคะ เดี๋ยวเราจะบอกว่าทำยังไงนะ) ล่างจอจะมีปุ่ม 2ปุ่ม ปุ่มแรกเนี่ยใช้กดเวลาที่จะเชื่อมต่อ wifi ส่วนอีกปุ่มใช้กดค้างไว้เวลาที่เราต้องการจะเพิ่มอุปกรณ์ต่างๆ เข้าไปในระบบ

อีกด้านนึงที่เป็นกลมๆ อันนี้คือเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวที่มีมาให้ในตัวค่ะ และที่ด้านล่างเป็นที่แตะการ์ดในกรณีที่เครื่องส่งเสียงแจ้งเตือนโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ (คืออยู่บ้านแล้วลืม! เผลอเปิด Alarm ไว้ จะได้แตะการ์ด หยุดเสียง Alarm ได้เลย)

ด้านหลังก็จะมีช่องใส่ซิมเพื่อให้เจ้าเครื่องนี้สามารถส่งการแจ้งเตือนเป็น sms ไปหาเบอร์ที่ตั้งค่าไว้ได้สูงสุด 3เบอร์ (ซิมอันนี้เป็นซิมเติมเงินที่เขาจะแถมมาให้ตอนซื้อเครื่องเลย พร้อมมีแพ็คเกจที่เขาไปดีลมาพิเศษให้เลือกด้วย) แล้วก็มีช่องเสียบสายชาร์จ ซึ่งอันนี้ให้เราเสียบไฟบ้านค้างไว้เลยค่ะ แต่ถ้าบ้านเราโดนโจรตัดไฟหรือเกิดไฟดับขึ้นมาที่ Pannel เนี่ยจะมีแบตสำรองที่ใช้งานต่อได้อีก 8ชั่วโมงนะ เพราะงั้นถึงไฟดับ เน็ตไม่มีเจ้านี่ก็ยังทำหน้าที่ดูแลบ้านต่อได้ ถือว่าเป็นข้อดีที่ต่างจากหลายๆ ตัวเลยหละ :]

เอาหละ รู้จักกันแล้วมา add ตัว Pannel กันก่อนนะจะได้เริ่มใช้งานกันเนาะ อันนี้จะทำงานร่วมกับแอป PantherSec บน store ที่ก็มีรองรับทั้งบน Android และ iOS นะคะ ไปโหลดมาๆ

พอโหลดมาแล้วก็ให้เข้าไปที่ตัวแอป กดเลือก Add System > Register > ตั้งบัญชีการใช้งานด้วยการกรอกอีเมลและตั้งรหัสผ่านซะ > เลือกเชื่อมต่อ WiFi > เครื่องจะตรวจหาวง WiFi ที่มือถือเราเชื่อมต่ออยู่ให้เองเลย ตอนนี้เราแค่กรอกรหัสผ่าน WiFi แล้วไปกดปุ่มแรกบนตัว Pannel ค้างไว้สัก 3วิเพื่อทำการเชื่อมต่อกัน > กดปุ่มที่ 2บนตัว Pannel ค้างไว้ 3วิ หรือจะแตะที่รูป QR ในแอปแล้วหมุนไปหลัง Pannael เพื่อสแกน QR Code ในการเพิ่ม Pannel ก็ได้เหมือนกันค่ะ > กรอกเบอร์โทรที่เราอยากให้ส่ง SMS แจ้งเตือนไปให้ > เสร็จแว้ว!! … ขั้นตอนนี้เป็นส่วนที่ยุ่งยากที่สุดในการใช้งานแล้วหละค่ะ แต่ว่าไม่ต้องห่วงเพราะเราจะทำแค่คนละครั้งเดียวเท่านั้น!

คำว่าทำแค่คนละครั้งเนี่ยหมายความว่า… ถ้าบ้านนึงมีมากกว่า 1คนที่จะเข้าถึงระบบเนี่ย 1คนก็ต้องใช้ 1Account แล้วก็ต้องทำการ set up เชื่อมต่อกับ Pannel ในครั้งแรกแบบนี้ทุกคนนะ สาเหตุที่ต้องทำแบบนี้เพราะว่าหลังจากนี้ใครๆ ในบ้านก็สามารถ add อุปกรณ์ชิ้นอื่นๆ เพิ่มเองได้ โดยมันจะไปจำที่ตัว Pannel ว่ามีการ add อะไร ไปแล้วบ้างไม่ได้จำที่ Account ของเรา เพราะงั้นใครที่เเชื่อมต่อกับ Pannel นี้ก็จะดู ปรับ ใช้อุปกรณ์ต่างๆ ร่วมกันได้หมด

พูดแบบนี้อาจจะงง อ่ะ ยกตัวอย่างเช่น เก่ง แม่ พ่อ add ตัว Pannel นี้ด้วยแอคเค้าท์ของแต่ละคนไป จากนั้นเก่ง add กริ่งไฟฟ้า, แม่ add สัญญาณประตู, พ่อ add สัญญาณหน้าต่าง คราวนี้พอเปิดแอปขึ้นมาในแอปของทุกคนจะขึ้นเหมือนกันว่า Pannel ตัวนี้มีอุปกรณ์ทั้งหมด 4ตัวที่ใช้งานร่วมกันได้ (รวมตัว Pannel ด้วยนะเพราะที่ตัวมันก็มีเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวเหมือนกัน)

อ้อ! แต่ตรงเบอร์เนี่ยถ้ายังไม่ได้ใส่ไปหรือต้องการเปลี่ยน-เพิ่มยังไงเราสามารถไปตั้งค่าได้ตลอดที่รูปฟันเฟืองหลังตัว Pannel แล้วเข้าไปตรง SMS Alert นะคะ นอกจากนั้นในนี้ก็ยังมีให้เลือกเปลี่ยนชื่อ Pannel , การเลือกพิกัดที่อยู่เพื่อที่จะได้แจ้งพยากรณ์อากาศให้ตรงกับพื้นที่ของเรา ไปจนถึงการตั้งเวลาดีเลย์หลังกดให้เซ็นเซอร์ทำงานเพื่อที่เราจะได้ย้ายตัวออกไปจากพื้นที่ก็มาเลือกได้ตรงนี้หละ

เอาหละ ตอนนี้เรา add ตัว Pannel แล้วนะ คราวนี้เวลาจะ add สิ่งใดๆ เพิ่มก็ง่ายยยยมาก ไป add โดยตรงกับตัว Pannel ได้โดยไม่ต้องใช้มือถือเลย แค่กดปุ่มที่สองที่ตัว Pannel ค้างไว้ 3วิ แล้วใช้งานเซ็นเซอร์ตัวที่เราต้องการเชื่อมต่อ เช่น กดกริ่ง หรือโบกมือป่านเซ็นเซอร์ แค่นี้ก็เรียบร้อย ถ้าได้ยินตัว Pannel พูดว่า “จับคู่สำเร็จ” ก็ใช้งานได้เลยจ้าา ~ ส่วนเรื่องของการติดตั้งเซ็นเซอร์ต่างๆ นั้นง่ายมาก ทำเองได้เลยค่ะเพราะแค่เสียบปลั๊กแล้ววางไว้เฉพยๆ หรือบางตัวก็ใช้การแปะเทปกาวสองหน้าเท่านั้นเอง (แต่ถ้าใครไม่อยากยุ่งยากเรียกช่างมาติดก็ฟรีอยู่นะ)

แต่ตัวที่พิเศษหน่อยก็คือกล้อง IP Cam ที่เราจะต้อง add แยกนะ เพราะเจ้าตัวนี้จะทำงานผ่านอินเตอร์เน็ทแบบเป็นเอกเทศไว้ให้เราไปสอดส่องสิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านเวลาที่เซ็นเซอร์ต่างๆ ทำงาน โดยให้ไปที่ Vodeo > Add Camera > กดไปที่รูปกล้องที่มีเครื่องหมาย + > WiFi Smart Config > เสียบกล้องเข้ากับไฟบ้านในจุดที่เราต้องการ > ใส่รหัสผ่าน WiFi ที่เราต้องการให้มันเชื่อมต่อ (อันนี้มันก็จะอิงจากวง WiFi ที่เราต่อมือถือเหมือนกัน) > กรอกข้อมูลกล้อง หรือจะเลือกสแกน QR Code ใต้ตัวกล้องก็ได้ (แบบหลังนี่ง่ายกว่าเยอะค่ะ) > เสร็จแย้ววว!!

ซึ่งกล้องที่เขาให้มาเนี่ยเป็นกล้องที่หมุนได้รองด้านแบบ 360องศาเลย ไปคุมได้ผ่านทางแอปนี้เนี่ยหละ เพราะงั้นเราเลยไม่ต้องติดตั้งกล้องหลายตัวให้เปลืองงบ แค่เล็งมุมดีๆ เก็บได้มุมมองภาพที่เกือบครบแล้วค่ะ :]

เมื่อ add  ทุกอย่างเสร็จแค่นี้ก็เรียบร้อยค่ะ จะออกนอกบ้านไปไหนก็อุ่นใจเพราะแค่กดโหมด Away ไว้เซ็นเซอร์จะเริ่มทำงานทันที ถ้าเกิดเหตุใดๆ ขึ้นมันจะแจ้งเตือนขึ้นมาที่เครื่องให้เลยทั้งการแจ้งผ่านแอป และผ่านทาง SMS ในเบอร์ที่เราตั้งไว้ค่ะ ส่วนโหมดอื่นๆ ก็จะมี Stay ที่สำหรับเปิดเวลาที่เราอยู่บ้านแต่อยากให้เซ็นเซอร์นอกบ้านทำงานจะได้ไม่มีใครบุกเขามาในเขตรั้วได้ กับโหมด Disarm ที่จะปิดเซ็นเซอร์ทั้งหมดเลยค่ะ

จากที่ลองใช้มาประทับใจในเรื่องการติดตั้งที่ง่ายมากทำเองได้เลย , ตัวเซ็นเซอร์ที่แม่นยำเลยทำให้อุ่นใจขึ้นเยอะ อย่างเท่าที่ลองมายังไม่เคยเจอกรณีที่เซ็นเซอร์ทำงานผิดพลาดเลยนะ แล้วก็เรื่องการแจ้งเตือนนี่ก็ถือว่ารวดเร็วดีและสามารถดูย้อนหลังในแอปได้เลยว่าอันไหนแจ้งเตือนเมื่อไหร่ยังไง แต่ว่าข้อเสียสำหรับเก่งเลยก็คือเรื่องของ UI แอปที่ไม่สวยน่าใช้เท่าไหร่ และอาจจะเข้าถึงโหมดต่างๆ ยากไปสักนิดสำหรับการเริ่มต้น (แต่ถ้าใครมาอ่าน blog นี้ก็คงไม่ยากแล้วหละ)

เรื่องของราคาถ้าเทียบกันกับแบรนด์ใหญ่ๆ ที่ทำเรื่องของความปลอดภัยในอาคารโดยเฉพาะเนี่ยอาจจะถือว่าถูกกว่า แต่ว่าถ้าเทียบกับพวกอุปกรณ์กึ่งๆ smart home แล้วแม้ถือว่าราคาเริ่มต้นสูงไปนิด แต่ก็แลกกับข้อดีมันสามารถดูแลบ้านเราได้ตลอดเวลาแม้จะไม่มีไฟหรืออินเตอร์เน็ตแบบที่ smart home ส่วนมากให้ไม่ได้ ซึ่งส่วนตัวเก่งถือว่าดีนะ เขาทำออกมาตอบโจทย์การเป็นผู้ช่วยดูแลความปลอดภัยในบ้านได้ตรงจุดมากๆ ใครที่สนใจก็ลองไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ >> www.pantherthailand.com นะคะ :]

 

comments