Image Image Image Image Image Image Image Image Image Image

Kawizara | April 18, 2019

Scroll to top

Top

No Comments

P30 Series แต่ละรุ่นต่างยังไง ซื้อตัวไหนดี

P30 Series แต่ละรุ่นต่างยังไง ซื้อตัวไหนดี
kawizara

Huawei เพิ่งวางขายมือถือเรือธงรุ่นใหม่ของทางค่ายอย่าง P30 Series กันไป ซึ่งงานนี้เปิดตัวมาพร้อมกันถึง 2รุ่น เน้นชูจุดเด่นเรื่องของดีไซน์และกล้องตามสไตล์ของตระกูล P Series แต่ว่าเรื่องของสเปคโดยรวมแล้วทั้ง Huawei P30 และ รุ่นพี่อย่าง P30 Pro นั้นมีความคล้ายกันอยู่ ทั้งเรื่องของหน้าตา ชิปเซ็ท และฟีเจอร์หลายๆ อย่าง จนหลายๆ คนเลือกไม่ถูกว่าจะเลือกซื้อรุ่นไหนดี แต่ในความเหมือนนี้ก็มีความต่างที่น่าสนใจอยู่นะ เพราะอย่างนั้นเดี๋ยววันนี้จะขอมาสุปความเหมือน-ความต่างของพี่-น้องคู่นี้เพื่อเป็นตัวช่วยก่อนการตัดสินใจซื้อกันค่ะ

อย่างที่บอกไปนะคะว่าเรื่องของหน้าตานั้นทั้ง 2รุ่นนี้มีความคล้ายกันอยู่หลายๆ อย่าง เรื่องของดีไซน์เองทั้ง 2รุ่นมาพร้อมฝาหลังไล่สีแนวเกรเดี้ยนตามเทรนแต่ว่ามีการเพิ่มความเงาและการสะท้อนแสงเพื่อปรับเปลี่ยนสีตามมุมมองต่างๆ ให้มากขึ้นด้วยการเคลือบฝาหลังไว้หลายชั้น มาพร้อมกับหน้าจอ OLED ที่ความละเอียด Full HD+ เหมือนกัน แต่ว่าเรื่องของขนาดหน้าจออันนี้จะต่างกัน โดยรุ่นเล็กก็จะมาพร้อมกับหน้าจอที่เล็กกว่าที่ 6.1นิ้ว ขณะที่รุ่นพี่จะให้มาที่ขนาด 6.47 นิ้ว และยังมาพร้อมกับขอบจอด้านข้างที่โค้งลงทั้ง 2ด้านให้สมมาตรกับความโค้งของฝาหลัง ซึ่งนอกจากจะมาช่วยในเรื่องของดีไซน์ให้ดูหรูหราแล้วก็ยังช่วยให้จับถือได้ถนัดมือมากกว่าด้วย แต่ทั้งนี้นุ่นเล็กเองก็มีสิ่งที่รุ่นพี่ไม่มีนะ นั่นก็คือช่องเสียบหูฟัง 3.5 เพราะอย่างนั้นใครที่ต้องใช้อาจจะต้องพิจารณาเรื่องนี้ด้วยค่ะ

ส่วนเรื่องของสเปคเองทั้ง 2รุ่นมาพร้อมชิปเซ็ต Kirin 980 เหมือนกัน ซึ่งในซีรี่ย์นี้เขามีการเอา AI เข้ามาช่วยเสริมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมของเครื่องให้มากขึ้นกว่าเดิม เรื่องแรมทั้ง 2รุ่นที่ประเทศไทยเอาเข้ามาขายนั้นให้แรมมาที่ 8GB เท่ากันเลย แต่ว่าจะต่างกันที่เรื่องของหน่วยความจำภายในที่รุ่นใหญ่ให้มามากกว่าที่ 256GB ส่วนรุ่นน้องมาที่ 128GB แต่แน่นอนว่าทั้ง 2รุ่นนั้นรองรับการใส่หน่วยคาวมจำเพิ่มเติมได้ทั้งคู่

กล้องของทั้ง 2รุ่นนี้แม้จะให้กล้องหน้ามาเท่ากันที่ 32ล้านพิกเซล แต่ว่าเรื่องของกล้องหลังต่างกันพอสมควรค่ะ นอกจากที่กล้องของ P30 Pro จะให้ตัวเซ็นเซอร์ ToF เพิ่มมาเพื่อช่วยในการทำภาพหน้าชัดหลังเบลอให้ดีขึ้นแล้วยังให้สเปคกล้องอื่นๆ มาต่างกันด้วย อย่างกล้องหลักแม้ว่าจะมาพร้อมความละเอียด 40ล้านพิกเซลเหมือนกันแต่ว่าค่า F ของรุ่นใหญ่ให้มากว้างกว่าเพื่อช่วยเก็บแสงได้ดีขึ้น , เลนส์ Ultra- wide เองก็เพราะรุ่นพี่ให้มาที่ 20ล้านพิกเซลขณะที่รุ่นน้องให้มาที่ 16ล้านพิกเซล และแม้จะมาพร้อมเลนส์ Telephoto ที่ 8ล้านพิกเซลเท่ากันแต่เรื่องของความสามารถในการซูมนั้นต่างกัน โดยรุ่น Pro รองรับการซูมแบบไม่เสียความละเอียดที่ 5X ขณะที่รุ่นปกติริงรับที่ 3X ทำให้เรื่องระยะการซูมของทั้งคู่มีความต่างกันอย่างเห็นได้ชัด


อย่างสุดท้ายของความต่างใน 2รุ่นนี้ที่ชัดเจนก็คือเรื่องของแบตเตอรี่นี่หละค่ะ เป็นธรรมดาที่รุ่น Pro หน้าจอใหญ่กว่าจะมาพร้อมแบตเตอรี่ที่เยอะกว่า โดยรุ่นนี้ให้มาที่ 4,200 mAh แถมยังรองรับการชาร์จไวที่ไวกว่าด้วย เพราะรองรับ Super Charge ที่ 40W ใช้เวลาในการชาร์จจาก 0% – 70% ในเวลาแค่ 30 นาที ขณะที่ P30 ให้แบตเตอรี่มาที่ 3,650 mAh และรองรับน้อยกว่าที่ 22.5W รวมถึงในรุ่นเล็กยังไม่รองรับ Reverse Wireless Charging หรือการแปลงตัวเองเป็นแท่นชาร์จไร้สายสำหรับอุปกรณ์อื่นๆ ด้วย

 

แม้ว่าจะมีความต่างกันในเรื่องของสเปคและความสามารถ แต่ว่าโดยรวมแล้วนี่ก็ทำให้ราคาของทั้ง 2รุ่นห่างกันถึง 10,000 บาทเลย ซึ่รุ่นปกติจริงๆ ก็เพียงพอกับการใช้งานแล้วถ้าคุณไม่เน้นเรื่องการถ่ายภาพซูม เพราะโดยรวมภาพที่ได้จากทั้ง 2กล้องในโหมดอื่นๆ นั้นไม่ได้โดดกันมาก ส่วนเรื่องการใช้งานทั่วไปนั้นก็ทำได้ดีทั้งคู่ จะต่างกันชัดๆ ก็เรื่องของแบตที่รุ่นใหญ่อึดและชาร์จได้ไวกว่านี่หละค่ะ รู้แบบนี้แล้วก็ลองเอาไปเลือกดูให้ตอบโจทย์การใช้งานของแต่ละคนนะ จะได้ซื้อมาแล้วใช้งานได้ครบๆ เต็มๆ ประสิทธิภาพกัน :]

Next Story

This is the most recent story.

comments